How to: ลดหย่อนภาษี

  • Step 1:  รายได้โดยประมาณ
    • เงินเดือน + ค่าเวร + พตส. + เงินหมื่น + เบี้ยเลี้ยง 
      • (แต่ละที่ก็ได้ต่างๆ กันไป)
    • ประมาณ คร่าวๆ เดือนละ  70,000 -80,000
      • ขอคิดเยอะๆ เป็น 80,000 จะได้เป็น maximum border ของการจะซื้อ LTF, ประกันมาลดหย่อน
    • ทำงาน พ.ค. ถึง ธ.ค. = 640,000
 
  • Step 2: ฐานภาษี คืออะไร
    • รายได้ตกอยู่ในช่วงไหน จะเสียภาษีในช่วงนั้น
0-150,000       ยกเว้นภาษี
150,000-500,000    10%   35,000
500,000- xxx          20 %  
  •  
    • รายได้ 640,000 = แบ่งเงิน 3 ช่วง, ถ้าคิดกันตรงๆ แบบไม่หักลดหย่อนเลย
      • (ช่วง 1 : 0-150,000 ->tax = 0 ) + (ช่วง2 : 150,000-500,000 ->tax=35,000 )  + (ช่วง3 :500,000-640,000 ->tax=28,000 ) = 63,000  

  • Step 3: ลดหย่อนอะไรได้บ้าง หักยังไง ?
    • เนื่องด้วยพวกเราเป็นวัยโสด, ไม่มีลูก?55,พ่อแม่คงยังไม่เกิน 60 หรือไม่ก็ยังสามารถนำพ่อแม่มาลดหย่อนได้ และคงยังไม่ซื้อบ้าน ที่น่าจะลดหย่อนภาษีได้ คือ ลดหย่อนคนโสด, LTF, ประกันภัย และ บริจาค
      • RMF ไม่ควรซื้อ  เพราะจะขายคืนได้เมื่ออายุมากกว่า 55 เท่านั้น
 
  •  
    • ที่ลดหย่อนได้
      • คนโสดลดหย่อนได้เลย 30,000
      • LTF ลดหย่อนได้ max = 15% รายได้ทั้งหมด, Max ของ 640,000 = 96,000
        • ต้องถือหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 ปี
      • ประกันชีวิต  ลดหย่อนได้ max = 100,000 บาท
        • กรมธรรม์ต้องมากกว่า 10 ปี
      • เงินบริจาค max=10%,  ของรายได้ที่หักค่าลดหย่อนต่างๆ หมดแล้ว

 

  •  
    • อื่นๆ ถ้าอยากลดหย่อนเพิ่ม
 
  •  
    • สรุป :
      • รายได้ – (คนโสด + LFT + ประกัน ) = 640,000 – (30,000+96,000+100,000)        = 414,000  ->ดังนั้นบริจาคได้อีก max 10% = 41,400

 

  •  
    •  
      • รายได้ ที่ลดหย่อนทุกอย่าง max และ บริจาค max เหลือ = 372,600                         
      • !!!! รายได้นี้คือรายได้เอามาคิดในฐานภาษีดังข้างต้นที่เราต้องจ่ายจริง

 

  •  
    •  
      •  ภาษีที่ต้องจ่ายหลังลดแล้ว = (0-150,000->0)+(150,000-372,600->22,260) =22,260

 

  • Step 4: ต้องซื้อทุกอย่าง max เลยเหรอ?  บริจาค 40,000 บ้าหรือเปล่า ?
    • ก็ต้องลองคำนวณดูรายได้ของตัวเองดู ว่าถ้าเราอยากซื้อ LTF แค่นี้, ซื้อประกันแค่นี้ แล้วสุดท้ายภาษีที่ต้องเสียคือเท่าไหร่
    • ตัดสินใจดูว่าที่ซื้อไปจะให้ benefit มากกว่าเราจะเอาเงินไปลงทุนด้านอื่นหรือเปล่า, หากซื้อไปเยอะๆ จะมีเงินสดเหลือในอีกสามปีข้างหน้าที่ต้องกลับไปเรียนรึเปล่า และ เราจะขาดทุนเพราะหุ้นตกมั้ย

 

  •  
    • คำถามที่อยากจะฝากให้คิดคือ คำถามสุดท้ายที่เราถามตัวเองซ้ำไปมา จากการที่เราคำนวณไปคำนวณมาเพื่อลดภาษีของตัวเอง คือ......หากต้องเสียเงินที่ลงทุนอื่นๆ ได้ หรือ ไปทำอย่างอื่นได้ เพื่อทำให้ภาษีลดลงมาซักหมื่นนึง .... คุ้มมั้ยน้า ????
    • 

 

edit @ 6 Sep 2011 20:18:42 by Dranuch_mai

สวัสดี! ชีวิต Intern

posted on 26 Aug 2011 19:41 by dranuch

Intern 1 หรือ แพทย์เพิ่มพูนทักษะ

จริงๆ แล้ว ได้ยินปรมาจารย์แพทย์ท่านเล่าให้ฟังว่า intern เป็นคำเรียกที่ผิด เพราะเมื่อก่อน intern คือ คนที่กำลังฝึกเป็นแพทย์

ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ เรียก นพ. พญ. หมาดๆ ว่า intern แต่สิ่งที่ไม่ต่างกันไม่ว่าจะสมัยนั้น หรือ สมัยของฉันนี้ คือ ความกลัว ความไม่มั่นใจ และ อ่อนด้อยประสบการณ์ ฉันยังจำได้ถึงความกลัวที่จะเริ่ม "ลุยเดี่ยว" คิดอยู่ในใจซ้ำไปซ้ำมาว่า "ต่อแต่นี้ ฉันจะมีชีวิตของคนอยู่ในมือ แบกความรับผิดชอบมากมายไว้กับตัวฉัน" .. ... และแล้ววันนั้นก็มาถึง

วันแรกของการเป็น intern 

ตีสี่: ทางเดินระหว่างตึกที่ว่างเปล่า ลมเย็นๆ พัดมากระทบตัว เป็นอีกครั้งที่ฉันโดนเรียกให้ไปดูคนไข้ ในเวรแรกและวันแรกในการเป็นหมอของฉัน

" เริ่มแล้วสินะ ชีวิตจริงของการเป็นหมอ การไม่ได้นอนและเดินไปทั่วโรงพยาบาลตลอดทั้งคืนคงเป็นเรื่องธรรมดาในวันต่อๆ ไปของชีวิตฉัน"

.... ก็เราเลือกมาเป็นหมอแล้วนี่นะ

เหนื่อยจังเลย

"แต่มีความสุขจริงๆ เลยยยยยยยยยยยย"

........... นี่คือครั้งแรก ที่ฉันได้ข้อพิสูจน์ว่า ฉันไม่ได้หลอกตัวเอง  

ฉันมีความสุขและดีใจจริงๆ ที่ได้เป็นหมอ 

ฉันเริ่มต้นชีวิตหมอได้ดีจริงๆ